เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยมีความรู้สึก หรือมีอาการที่เหมือนจะวูบแต่ไม่วูบอย่างแน่นอน ยิ่งในช่วงหน้าร้อนด้วยแล้ว ที่มีอากาศร้อนจัดจะก่อให้เกิดอาการเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า อาการเหมือนจะวูบนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากอากาศร้อนอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนั้นไปดูกันเลยว่าจะมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
อาการเหมือนจะวูบ มีความรุนแรงหรือไม่
อาการเหมือนจะวูบแต่ไม่วูบนั้น จะเป็นอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม แต่ยังไม่หมดสติ ทำให้เรากลับมาดึงสติได้ทันเวลา แต่อาการเหมือนจะวูบนั้น มักจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น อาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ พูดไม่ชัด ได้ยินเสียงที่ผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว หรือตามัว เป็นต้น โดยอาการเหล่านี้มักจะรู้สึกดีขึ้นได้เองเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าอาการเหมือจะวูบสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ตามมาได้อย่างง่ายดาย อย่างเช่น การล้ม หรือการตกบันได เป็นต้น ดังนั้นถึงแม้ว่าอาการเหล่านี้อาจจะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงเท่าไหร่นัก แต่เราก็จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการรับมืออย่างเหมาะสมเช่นเดียวกัน
สาเหตุของอาการเหมือนจะวูบ เกิดจากสาเหตุใดบ้าง
อาการเหมือนจะวูบนั้น มักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเลือดที่ไหลไปหล่อเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราว ซึ่งอาจจะก่อให้สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จนทำให้รู้สึกหน้ามือเหมือนจะวูบได้นั่นเอง และนอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
- การลุกอย่างรวดเร็ว: เพราะการลุกอย่างรวดเร็วหลังจากนั่งหรือนอนนาน ๆ ก็ทำให้เกิดอาการเหมือนจะวูบได้เช่นกัน เพราะเมื่อเราลุกยืนหลอดเลือดอาจจะหดตัวลง เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสะสมที่ขา และอาจจะทำให้เลือดไหลกลับไปยังหัวใจได้น้อยลงนั่นเอง
- ภาวะขาดน้ำ: จะเป็นภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติจากหลายสาเหตุ อย่างเช่น เหงื่อออกเยอะ อาเจียน หรือท้องเสีย และเมื่อร่างกายของเรามีน้ำไม่เพียงพอ ก็อาจจะทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง และมีอาการเหมือนจะวูบได้นั่นเอง
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ: โดยปกติแล้วน้ำตาลในเลือดจะเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย หากน้ำตาลในเลือดลดลงมากเกินไป จนทำให้มีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับการทำงานของร่างกาย อาจจะส่งผลให้มีอาการเหมือนจะวูบได้เช่นเดียวกัน
และนอกจากนี้อาการเหมือนจะวูบยังสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และถึงแม้ว่าอาการเหมือนจะวูบจะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงต่อร่างกายของเราเท่าไหร่นัก แต่หากเราเกิดอาการเหล่านี้บ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้ร่างกายของเราอ่อนเพลีย หรือเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้นั่นเอง ดังนั้นเราจำเป็นต้องหาวิธีการป้องกัน หรือเข้ารับการรักษาจะดีที่สุด
Tags: อาการเหมือนจะวูบแต่ไม่วูบ